Sunday, June 24, 2007

ฺBookapool (บุ๊ค-กะ-พูล)

เคยเดินเข้าไปในร้านหนังสือ พบเจอหนังสือที่ท่าทางถูกใจแต่ไม่แน่ใจว่ามันดีหรือเปล่า หรือบางทีหนังสือแนวที่ต้องการก็มีกันหลายแบบ หลายคนเขียนให้เลือก และไม่รู้ว่าจะเลือกเล่มใหนดีกันบ้างไหมครับ

มี Blog ใหม่มาแนะนำครับชื่อ Bookapool เป็น Blog ที่แนะนำหนังสือที่น่าสนใจให้รับทราบกัน เพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อหนังสือครับ
Blog นี้เป็น Blog ที่ผมกับเพื่อนและพี่ร่วมทำกัน หวังว่าจะช่วยนักอยากอ่านให้ได้อ่านของดีๆ
ตัว Blog เองเพิ่งเปิดได้ไม่นาน หนังสือที่แนะนำจึงยังมีน้อยอยู่ ถ้าใครมีหนังสือในดวงใจอยากจะแนะนำ ก็ขอเชิญชวนนะครับ เพื่อให้คนไทยเราได้อ่านหนังสือกันมากขึ้น...

สำหรับนักอยากเขียน หรือนักอยากแนะนำหนังสือติดต่อมาที่ผมได้โดยตรงหรือจะส่งมาที่ bookapool@hotmail.com ก็ได้ครับ แนวหนังสือไม่จำกัดนะครับ อะไรก็ได้ตามแต่คุณถูกใจ ;-)

ปล เราเองต่างรู้ดีถึงคุณค่าหนังสือว่ามีประโยชน์ ไม่เพียงแต่ตัวเราเท่านั้น แต่ลามไปถึงสังคมรอบข้างเราด้วย ดังนั้นผมคนไทย และคุณก็คนไทย ถ้าเราไม่ทำสิ่งดีๆ ให้แก่กันแล้ว จะไปทำให้ใครหล่ะครับ(กรุณาอ่านด้วยน้ำเสียงจริงจัง)

ปล2 ตอนแรกว่าจะเขียนไออุ่นลาวใต้ตอนใหม่ แต่เขียนนุ่นเขียนนี่ ทำนุ่นทำนี่ อ่านนุ่นอ่านนี่ กินนุ่นกินนี่อยู่ รู้สึกตัวอีกทีหมดวันแล่ว...
หลังจากชักแม่น้ำมาอ้างแล้ว ก็ขอยกยอดไปอาทิตย์หน้านะครับ :-D

ตัวหนังสือคุ้มครอง
ดวง
20070624 1:05

Thursday, June 14, 2007

จินตนาการ-ความสุข-ตัวเรา

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดอาการตีบตันทางความคิด
เหมือนก๊อกจินตนาการถูกปิดไปอย่างกระทันหัน
ขาดความเพลิดเพลิน ขาดความสุขไปโข...

อาจเพราะทำงานหนักเกินไป จนไม่มีเวลาปล่อยใจให้ได้หยุดพักบ้าง
อาจเพราะหวังในสิ่งที่ไม่แน่นอน จนตัวเองต้องไปกังวลกับความหวังซะเอง
รู้ทั้งรู้ ว่าควรจะคิดอย่างไรถึงจะผ่อนคลาย แต่มือยังคงยึดเหนี่ยวไว้ไม่ยอมปล่อย
ยึดไว้จนมือล้า และใจเริ่มอ่อนแรง...

เมื่อใจอ่อนแอ ทุกข์เล็กทุกข์น้อย ก็ทำร้ายเราได้มากกว่าที่เคย...

คงได้เวลาหลบไปพัก ไปหาจุดสมดุลให้ตัวเองบ้าง
ให้ตัวเองได้ทำความรู้จักกับตัวเองมากขึ้นอีก กว่านี้...

ดวง
20070614 11:44

Sunday, June 3, 2007

ดีหรือบ้า?

"บ้ากับดีห่างกันเพียงเส้นด้ายบางๆ"
เมื่อเราค้นพบอะไรบางอย่างที่มีอิทธิพลกับจิตใจเรา ดุจดังแสงสว่างที่เรารอคอย ดุจดังปลายทางที่เราจินตนาการ หรือบางทีหล่นมากระทบดั่งเม็ดฝนหลงฤดู
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแสงสว่าง หรือปลายทาง หรือเม็ดฝนนั้นเปลี่ยนเราให้เป็นคนดี หรือบ้า?

คนใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นวิ่งอยู่ในห้าง เป็นคนดีหรือคนบ้า?
คนลุกให้ผู้ชายกำยำนั่งบนรถเมล์ เป็นคนดีหรือคนบ้า?
คนสะพายกระเป๋าโดยที่ไม่มีเงินติดตัว ก้าวเท้าเดินไปไกลกว่าพันกิโลเมตร เป็นคนดีหรือคนบ้า?
คนเป็นกษัตริย์ ละทิ้งทรัพย์สมบัติทุกอย่าง แล้วออกไปอดอาหาร เป็นคนดีหรือคนบ้า?

ลูกชายผู้ซึ่งทำตัวเหลวแหลก สำมะเรเทเมา ไม่สนใจใยดีคนรอบข้าง แม่กระทั่งครอบครัว
แต่แล้ววันนึงความคิดทุกอย่างกับตาลปัต เมื่อแม่ที่เขาโมโห ล้มป่วย
เขาวิ่งร้องไห้ เข้าไปในห้างที่ติดกับบ้านเขา กำเงินทั้งหมดที่มี เพื่อซื้อยาประจำตัวของแม่ ที่พึ่งหมดลงพร้อมกับอาการที่กำเริบขึ้นมา
แม่รอเขาอยู่ เขาไม่สามารถปล่อยเวลาที่มีค่าหล่นหายไปสักวินาที แม้กระทั่งเปลี่ยนชุด
เขาสัญญากับตัวเองว่า ถ้าเขาซื้อยามารักษาแม่ทัน "เขาจะทำตัวให้ดีและจะใช้ชีวิตอยู่กับแม่อย่างคุ้มค่า..."
เขาเป็นคนดีหรือคนบ้า?

ในตอนกลางวัน ท่ามกลางอากาศร้อน มลพิษ และรถติดของกรุงเทพฯ
แต่ในรถเมล์สายหนึ่งที่แน่นขนัดไปด้วยคนเบียดเสียดยัดเยียดอยู่นั้น
ผู้หญิงคนหนึ่ง ลุกให้ผู้ชายกำยำนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตนเคยเป็นเจ้าของ
เพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่ได้สนใจ ไปกว่าความอ่อนเพลีย และหงุดหงิดกับสภาพแย่ๆรอบตัว
เธอเห็นเลือดที่ไหลอยู่ปลายเท้า พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียว...
ถ้าผู้ชายคนนี้เป็นอะไรไป คนที่อยู่ข้างหลังเขาจะรู้สึกอย่างไร
และถ้าผู้ชายคนนี้เป็นอะไรไปต่อหน้า โดยที่เธอไม่ได้ช่วย เธอคงจะไม่ให้อภัยตัวเธอเองเลย
เธอพาเขาส่งโรงพยาบาล ในสองป้ายรถเมล์ถัดไป ท่ามกลางคนในรถเมล์ที่ห่วงกับสภาพตัวเอง...
เธอเป็นคนดีหรือคนบ้า?

การเดินจะเป็นขบวนการข้ามให้พ้น...
พ้นความรู้สึกเสียดายในสิ่งที่ยึดติดอยู่
พ้นความรู้สึกเกลียดชังต่อผู้อื่นที่ถูกทำให้เป็นคู่แข่งขัน
พ้นความรู้สึกกลัว ในความไม่แน่นอนต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัว
ผมจะใช้การเดินเป็นขบวนการเรียนรู้ที่จะทำลายความรู้สึกเสียดาย รู้สึกกลัวที่มีอยู่ในใจผม
ผมจะเดิน....เดิน.... เดินจนกว่า ความรู้สึกเสียดาย (ความโลภ) ความรู้สึกเกลียด (ความโกรธ) และความรู้สึกกลัว (ความหลง) จะลดน้อยเบาบางลง
เมื่อใดที่ความโลภ-โกรธ-หลง ในใจเบาบางลง เมื่อนั้นผมคงได้สัมผัสกับจินตนาการในยามเยาว์วัย
ข้อความข้างต้นเป็นคำกล่าวของ อ.ประมวล เพ็งจันทร์ ต่อนักศึกษาในคาบสุดท้าย ของวิชาปรัชญา ม.เชียงใหม่
และก่อนลาออกจากราชการหลังจากนั้น เพื่อเดินทางจากเชียงใหม่มาสมุย โดยไม่พกเงินติดตัวเลย...
เขาเป็นคนดีหรือคนบ้า?


เจ้าชายคนหนึ่งทางอินเดีย ผู้ซึ่งละทิ้งทุกอย่าง ทรัพย์สิน เงินทอง พ่อ แม่ ภรรยา และลูก เพื่อค้นหาหนทางดับทุกข์
เขาเป็นคนดีหรือคนบ้า?

เมื่อเราค้นพบสิ่งที่เราค้นหา ที่ผ่านการตรึกตรองด้วยสติแล้วนั้น เราต้องกอดมันไว้ แล้วเดินฝ่ากระแสสังคม เพื่อทำในสิ่งที่เราเชื่อ ก็เท่านั้นเอง...
เอ...แล้วนี่ผมเป็นคนดีหรือคนบ้ากันหล่ะ?

ดวง
20070502 5:13

Monday, May 28, 2007

ไออุ่นลาวใต้ ตอน 8

อุบล#3

การได้รู้ประวัติศาสตร์ น่าจะทำให้เที่ยวในเมืองนั้นได้สนุกขึ้น ผมเชื่ออย่างนั้นครับ
ดังนั้นที่ๆสามารถตอบโจทย์ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ตามประสาคนเมืองที่ต้องการอะไรรวดเร็ว ฉาบฉวย อย่างผม
พิพิทธภัณฑ์ประจำจังหวัดคงเป็นคำตอบ...

หลังจากกินข้าวเช้าและโทรไปยืนยันความมีชีวิตอยู่กับแม่ พร้อมกับยังคงมุสาอยู่อย่างต่อเนื่องว่าเพื่อนๆนั้น ยืนอยู่ข้างๆ
ทั้งที่ความจริงจะมองไปเห็นเพียงชายหนุ่มที่นั่งมองดูสายน้ำมูลอยู่อย่างเปลี่ยวเหงาก็ตาม
ผมเข้าใจว่าแม่คงไม่มีโอกาสได้อ่านเรื่องราวที่เขียนนี้แน่นอน แต่ลูกคนนี้อยากจะขอโทษที่มุสาออกไป...
และถ้าขอโทษล่วงหน้าได้เหมือนการฝากเงินเข้าธนาคาร ก็อยากจะขอโทษฝากเพิ่มเข้าไปอีกสักสองสามครั้ง แหะๆ

ผมกางแผนที่หาทางไปพิพิทธภัณฑ์ ได้ความว่าเดินไปไม่ไกลก็จะเจอ
เรื่องเดินนี่ของถนัดของผมอยู่แล้วครับ ถ้าอากาศเป็นใจ และการเดินทางนั้นไม่ต้องเร่งรีบ ผมมักจะไม่ปล่อยโอกาสที่จะเดินอยู่เสมอ...

ที่อุบลเช่นกัน อากาศกำลังเย็นสบายและการได้เดินชมเมืองอุบลไปเรื่อยๆ คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อย ผมเดินชมเมืองไปเรื่อยๆสักพักก็ถึงพิพิทธภัณฑ์ครับ แต่...
ผมได้แต่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้า โดยมือซ้ายถือกล้องถ่ายรูป มือขวาถือหนังสือท่องเที่ยว ปากขมุบขมิบๆ จับใจความได้ว่า เป็นไปได้ไงวะๆๆๆๆๆๆ
พิพิทธภัณฑ์มันปิดครับ... วันอังคารเนี่ยนะ ผมคิดในใจ เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายมาก
ผมรีบเปิดหนังสือท่องเที่ยวเช็คดูอีกทีเพื่อความแน่ใจ ได้รับการยืนยันว่าพิพิทธภัณฑ์ปิดวันจันทร์กับอังคารจริงๆ ที่จริงก่อนหน้าที่จะเดินทางมา ผมมีความมั่นใจเต็มร้อยว่าวันอังคารผมจะได้เข้าพิพิทธภัณฑ์แน่นอน เป็นความมั่นใจที่ปราศจากการตรวจสอบข้อมูลครับ ก็พิพิทธภัณฑ์บ้าที่ใหนจะปิดวันอังคาร...

ประโยคคำถามวิ่งเข้ามาในหัวมากมาย.. ทำไมปิดวันธรรมดาไม่ปิดเสาร์ อาทิตย์? แล้วทำไมเลือกปิดวันจันทร์ อังคาร?
สถานที่ราชการอื่นยังปิดวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ราชการหรือ?
ขณะคิดตัวยังยืนนิ่งมือซ้ายยังถือกล้องถ่ายรูป มือขวายังคงถือหนังสือท่องเที่ยว แต่ปากเลิกขมุบขมิบแล้ว(กลัวยามของพิพิทธภัณฑ์จะเดินมาล็อกคอหาว่าเล่นของใส่แก) อยู่หน้าป้ายที่เขียนว่า "วันนี้พิพิทธภัณฑ์ปิด"

คิดสักพักผมก็ถึงบางอ้อ นั่นสิ... ถ้าปิดเสาร์ อาทิตย์ พ่อแม่จะจูงลูกเล็กเด็กแดง มาศึกษาประวัติศาสตร์ในวันหยุดพักผ่อนก็ไม่ได้ และนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่ก็มักจะมาช่วงสุดสัปดาห์กันก็เข้าไม่ได้ ซึ่งไอ้นักท่องเที่ยวที่มาแบบผิดปกติอย่างผมเนี่ย จะเข้าไม่ได้ก็คงไม่เป็นไร เพราะเขาต้องรักษาคนหมู่มากไว้ก่อน จึงไม่ใช่พิพิทธภัณฑ์บ้า แต่เป็นผมเองต่างหากที่บ้าที่คิดว่าพิพิทธภัณฑ์จะปิดเสาร์ อาทิตย์ เหมือนสถานที่ราชการอื่นๆ หรือธนาคาร -_-''

ถ้าปิดวันจันทร์กับอังคาร ก็หมายความว่าผมหมดสิทธิ์เข้าแน่นอน เพราะตามกำหนดการพรุ่งนี้ผมจะต้องข้ามไปลาวแต่เช้า ถ้าจะให้ต้องเลื่อนข้ามไปลาวในวันถัดไป คงไม่ดีแน่เพราะผมจองตัวรถกลับไว้แล้ว ทำให้ผมจะต้องหั่นวันที่อยู่ลาวให้น้อยลง ลามไปถึงกำหนดการเที่ยวลาวที่วางไว้ต้องปรับใหม่อีก ซ้ำช่วงปีใหม่เลื่อนตั๋วรถกลับได้ง่ายๆซะที่ใหน

ปิ๊ง! แต่ใช่ว่าไม่มีทางออก... เพราะยังไงผมต้องกลับมาที่อุบลอีกทีอยู่ดี ตามแผนที่วางไว้ผมจะกลับมาประมาณวันอาทิตย์ ซึ่งน่าจะมีเวลาให้ได้เข้ามาเยี่ยมชม... ผมยืนยิ้มด้วยความรู้สึกโชคดีที่สามารถเก็บพิพิทธภัณฑ์เอาไว้อยู่ในแผนได้ โดยที่ตัวเองไม่รู้หรอกว่าเมื่อกลับมาวันอาทิตย์แล้ว พิพิทธภัณฑ์มันปิดเนื่องจากวันหยุดปีใหม่!!!

หลังจากหาทางออกได้แล้ว(โดยที่ไม่รู้หรอกว่ามันไม่ใช่ทางออกแต่เป็นทางตัน)ผมก็เดินไปวัดศรีอุบลต่อ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพิพิทธภัณฑ์นัก วัดนี้จะมีพระอุโบสถที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับวัดเบญจมบพิตรในกรุงเทพฯครับ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม พระคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุต ประเทศลาว



ผมเข้าใจเอาเองว่าวัดนี้น่าจะเป็นวัดประจำจังหวัดอุบล โดยดูจากชื่อวัด และความสำคัญของพระที่ประดิษฐานอยู่ แต่เมื่อเข้ามาในวัดแล้ว ต้องพบกับความแปลกใจ ที่ไม่เจอนักท่องเที่ยวเลย แม้กระทั่งชาวบ้านเองนับได้คงไม่เกินความสามารถของนิ้วทั้งสองมือเป็นแน่
แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะผมมักไม่ชอบไปใหนมาใหนที่มีคนเยอะๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว...
ไหว้พระ ถ่ายรูปโบสถ์ ถ่ายพระพุทธรูป ถ่ายพระสงฆ์ ญาติโยม ลามไปจนถึงรูปหมา จนเป็นที่สาแก่ใจ ก็ออกมานั่งจดบันทึกตรงโต๊ะม้าหินชานวัด ภายใต้บรรยากาศที่ สงบ เงียบ เย็นสบาย
เที่ยวครั้งนี้ผมพกสมุดไปเล่มนึงครับ เพื่อที่จะได้มาระลึกถึงความหลังได้ว่าตัวเองไปทำอะไรมาบ้าง ประทับใจอะไรบ้าง ขณะนั้นรู้สึกอย่างไร มีความคิดอย่างไร
ข้อความในใจที่ผมเลือกที่จะเขียนเก็บลงไปนั้น ทั้งหมดจะเป็นความรู้สึกดีๆครับ ส่วนความรู้สึกไม่ดีที่พบเจอมาบ้างนั้น ผมขอทิ้งไว้ให้สายลมพัดพาไป...

โอกาสที่ได้นั่งจดบันทึก สำรวจสิ่งรอบๆกาย คงเป็นข้อดีของการมาเที่ยวคนเดียว ที่ให้อิสระกับเราได้เต็มที่ อยากจะดื่มด่ำหรือใช้เวลากับอะไร ก็สามารถทำได้ตามที่ใจต้องการ ต่างจากการมาเที่ยวเป็นกลุ่ม ที่จะต้องรอไปพร้อมกันเสมอ จึงทำให้เวลาต้องการทำอะไรต้องคิดถึงคนหมู่มากไว้ก่อน
อย่างว่าครับเมื่อได้รับสิ่งดีๆมา ก็ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน ซึ่งก็คือความเหงาที่ถูกยัดเยียดเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ
แฮ่ม... แต่ว่ายกแรกถือผมตั้งการ์ดต่อยเก็บคะแนนได้ดีกว่าครับ เพราะยังปฎิเสธไม่รับความเหงาเข้ามาอยู่ในอ้อมอกได้ :-)



จดบันทึกเสร็จ ผมจำต้องหาสถานที่เที่ยวใหม่แทนพิพิทธภัณฑ์ที่พลาดไป เปิดดูแหล่งที่เที่ยวสักพัก ก็ได้เป้าหมายใหม่เป็นวัดหนองบัว เป็นวัดที่มีเจดีย์พุทธคยาจำลองอยู่ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อของทางจังหวัด ส่วนอีกที่หนึ่งนั้นเป็นแหล่งโบราณคดีวัดก้านเหลือง ที่นี่เป็นที่ๆมีการขุดพบเครื่องปั้นดินเผาสมัยโบราณอยู่ หวังว่าคงตอบความต้องการของผมแทนที่พิพิทธภัณฑ์ได้ไม่มากก็น้อย
สองที่นี้อยู่ชาญเมืองของอุบลครับ ซึ่งดูๆแล้วน่าจะพอไหว และที่สำคัญ!! ถ้าหลงก็น่าจะหาทางกลับมาได้ไม่ยากเย็นเท่าไร...
เอาหล่ะ! พร้อมแล้วเดินต่อดีกว่า...

ดวง
20070528 10:35

Saturday, May 12, 2007

เจ็ดวันต่าง...แต่มุมเดิม#7

เรื่องของบุญชู...

เมื่อทุกคนถึงทางแยกจะต้องเลือก แต่ละคนก็เลือกเส้นทางที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุด
บุญชูก็เช่นกัน...
แม้ว่าในบางครั้งเราก็อยากจะกลับไปลองดูอีกทางว่าจะเป็นอย่างไร
แต่คงทำได้เพียงกระพริบตาปริบๆ...
ก็ในเมื่อตัวเราไม่สามารถทนกับแรงฉุดกระชากของเวลา เพื่อให้อยู่กับปัจจุบันได้
เราจึงต้องปล่อยให้ทางที่ไม่ได้เลือกเดินเป็นเพียงอดีต...

ยามเย็น...บุญชูนั่งกอดเขา อยู่ริมแม่น้ำ มองสายน้ำที่ทอดยาว
วันนี้เป็นวันหยุด เพื่อนสนิทเลยชวนเขาออกมาเดินเล่นกันในสวนสาธารณะ
สวนสาธารณะในวันหยุดจะมีการแสดงของกลุ่มต่างๆ เข้ามาสร้างความบันเทิงให้กับผู้ที่เข้ามาพักผ่อนอยู่มากมาย
แต่เขาเลือกที่จะนั่งดูสายน้ำไหล แทนที่จะไปดูการแสดงที่จัดในวันหยุดของสวนแห่งนี้เหมือนเพื่อนสนิท

"นั่งคิดอะไรอยู่เหรอ" เพื่อนสนิทถาม หลังจากกลับมาจากการดูแสดงและนั่งลงข้างๆ

เรื่องเดิมหน่ะแหล่ะ... บุญชูตอบ แต่ตายังคงมองไปยังสายน้ำที่ยังไหลอย่างไม่มีทางไหลกลับไปยังสิ่งที่มันเคยมาได้
เหมือนเวลาที่ไหลผ่านเราไปโดยที่เราไม่รู้ตัว...

"นายจะกังวลอะไรกับอดีตหล่ะ ชีวิตเราต้องก้าวไปในอนาคตนะ"
เพื่อนสนิทตบบ่าบุญชู แล้วชี้นิ้วมือไปข้างหน้า

เรารู้หว่ะ...
เรารู้ถึงขั้นว่า ตอนที่เราเลือกที่จะตัดสินใจอย่างนี้
ในอนาคตเราอาจจะต้องมานั่งเศร้ารอคนมาตบบ่าแล้วพูดอย่างนายเนี่ยแหล่ะ...
นายรู้ไม๊...ตอนคบกับเธอคนนั้น เรารู้สึกดีมากๆ เราไม่เคยรู้สึกกับใครอย่างนี้มาก่อนจริงๆ
แต่เราไม่สามารถจะบอกความรู้สึกที่เรามีกับเธอได้มากเท่าที่เราต้องการ
อย่างมากเราก็เพียงแค่บอกเค้าว่า "เราคิดถึง"
เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว...

"ทำไมนายต้องมาแคร์กับแฟนเธอด้วย นี่มันยุคอะไรแล้ว
คนทุกคนมีสิทธิ์เลือกคนที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
ถ้านายดีกว่าแฟนเธอ แล้วเธอเลือกนายก็แฟร์ดีอยู่แล้วนี่" เพื่อนสนิทถาม

เราไม่ได้แคร์แฟนเธอ เราแคร์เธอ เราแคร์คนที่เรารัก....
เราแคร์ความรู้สึกของคนที่เรารัก...
เราว่า ชีวิตคนมันไม่เหมือนขับรถ ที่สามารถเลือกว่าจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาได้ตามต้องการ
มันยังมีสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก ความสัมพันธ์อยู่
มันคงเป็นสถานการณ์ที่ลำบากมากสำหรับเธอ ถ้ามีเราเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
เราไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าเธอเป็นคนทำให้แฟนที่กำลังคบกันเสียใจ และให้เธอรู้สึกว่าเธอเป็นคนผิด
มันจะดีกว่าถ้าจะเลิก ก็เป็นเหตุผลของคนสองคน ไม่ใช่สาม...
อย่างน้อยความสัมพันธ์ที่เหลือก็คงพอจะเป็นเพื่อนกันได้...
และเมื่อเราตัดสินใจที่จะรักษาความรู้สึกเธอ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ
อนาคต เราก็คงต้องมาดูแลใจตัวเองเช่นกัน...

"อืม...เราเข้าใจ คนแต่ละคนก็มีเหตุผลกันไปคนละแบบ แต่นายก็อย่าไปเครียดมันนักเลย
ถ้ามีอะไรให้เราช่วยก็บอกละกัน"

ช่วยเหรอ... อืม...เออนี่ถามหน่อยเถอะ บุญชูขยับตัวและหันหน้าไปถาม
"อะไรเหรอ??" เพื่อนสนิทมองหน้าอย่างสงสัย
คือตัวนายก็อ้วนๆ หน้าตาก็ออกไปทางญี่ปุ่นอยู่
มือกับเท้านายก็ป้อมๆ แถมเสื้อกับกางเกงที่ใส่ก็เป็นสีน้ำเงินตลอดอีก
ลิ้นชักบ้านนายมีไทม์แมชชีนป่าว??...









ปล. จบแล้วครับ เจ็ดวันต่าง...แต่มุมเดิม ผมพยายามให้มีเรื่องราวในแบบที่ต่างๆกันในแต่ละวัน
คงพออ่านกันได้นะครับ...


ดวง
20070513 12:44

Friday, May 11, 2007

เจ็ดวันต่าง...แต่มุมเดิม#6

วันพฤหัส

นานๆ ได้ทำงานเลยเที่ยงคืนบ้างก็ดีเหมือนกัน...
สงบ...มีสมาธิดี
เสียอย่างเดียว...ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานต่อนี่สิ
ฮ้าาาวววววว...

ดวง
20070511 10:37

Wednesday, May 9, 2007

เจ็ดวันต่าง...แต่มุมเดิม#5

วันพุธ

บ่อยครั้ง...เมื่อยังเด็ก
ผมมักชอบทอดใจไปเรื่อยๆ ยามฝนตก
จ้องมองหยดน้ำจากฟากฟ้ากลับสู่ผสุธาที่มันเคยจาก
ให้ผิวกายได้สัมผัสความชุ่มฉ่ำของละอองน้ำ
พร้อมสูดไอดินเคล้ากลิ่นต้นไม้ต้นหญ้า

ปัจจุบัน...หลายครั้ง หลายครา
ความรู้สึกดีๆเมื่อยังเยาว์ ถูกบดบังด้วยความหงุดหงิดจากสายฝน
ที่ทำให้เดินทางไม่สะดวกโดยไม่รู้ตัว...

เหตุใดนะ ถึงเป็นอย่างนี้...

เรามีทางเลือกที่จะเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราเสมอ
คงจะมีเพียงเราเท่านั้นที่จะต้องตัดสินใจ
ว่าจะยิ้มต้อนรับมัน เพื่ออยู่อย่างมิตร หรือจะเบือนหน้าหนี...

ดวง
20070509 11:32

 
Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial 3.0 Thailand License.